ในโพสต์ที่แล้วเกี่ยวกับตัวอักษร เราได้พูดถึงจำนวนตัวอักษร HSK1-3 ในสถานีรถไฟใต้ดินวัดจิ้งอัน สิ่งที่อยากจะบอกคือ การเรียนรู้ตัวอักษรจีนไม่ได้ยากและซับซ้อนอย่างที่คิด

แต่แน่นอน ฉันหวังว่าสิ่งที่คุณรู้หรือรู้สึกเกี่ยวกับตัวละครนั้นจะไปไกลกว่าป้ายบอกทางสถานีรถไฟใต้ดิน
อักษรจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของจีน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตลอดช่วงพัฒนาการของวัฒนธรรมจีน อักษรจีนถูกหลอมรวมเข้ากับ “สายเลือด” ของชาวจีนทุกคน จึงยังคงหล่อหลอมอุปนิสัยและความคิดของชาวจีนมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวผมขอแนะนำให้ผู้เรียนภาษาจีนทุกคนเรียนรู้อักษรจีน เพราะปัจจุบันเรากำลังสูญเสียความเชื่อมโยงกับบรรพบุรุษและประวัติศาสตร์ไปมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีโอกาส อย่าพลาดโอกาสนี้ คว้าระบบการเขียนอันเก่าแก่นี้ไว้เพื่อเปิดมิติแห่งโลกตะวันออกของคุณ
วันนี้ผมจะมาแนะนำตัวอักษรที่สวยงามตัวหนึ่งครับ คือ “禾” ซึ่งเป็นตัวอักษรที่เรียบง่ายมากแต่ก็มักใช้เป็นส่วนประกอบของตัวอักษรที่ซับซ้อนหลายๆ ตัวครับ

เห็นไหม? รูปร่างของคำว่า “禾” ดูเหมือนต้นข้าวที่โค้งงอและมีรวงข้าวที่หนักอึ้ง คำว่า “禾” แปลว่า เก็บเกี่ยวและได้กำไร ทีนี้ลองมาดูตัวอักษรบางตัวที่มีคำว่า “禾” ประกอบกัน: 秋, 季, 香
1. 秋(qiū)- ฤดูใบไม้ร่วง
秋 ประกอบด้วย “禾” (ส่วนซ้าย) และ “火” (ส่วนขวา)
รูปร่างที่เก่าแก่ที่สุดของ “秋” มีดังนี้:

ส่วนบนเป็นจิ้งหรีด →
เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ผู้คนจะได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องบ่อยครั้ง และไฟป่าหมายความว่าเกษตรกรจะเผาฟางหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อป้องกันศัตรูพืช
บรรพบุรุษจึงนำ “จิ้งหรีด” และ “ไฟ” ซึ่งเป็นสองสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดมาเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง
ต่อมาผู้คนได้ลบคำว่า “จิ้งหรีด” ที่ซับซ้อนออกไปในระหว่างการทำให้เรียบง่าย และเก็บคำว่า “ไฟ” (火) และ “ฟางข้าว” (禾) ไว้เพื่อตีความคำว่า “ฤดูใบไม้ร่วง”

2. 季(jì)- ฤดูกาล
季 ประกอบด้วย “禾” (ส่วนบน) และ “子” (ล่าง):
“禾hé” แปลว่า “เพาะปลูก” →
“子จือ” แปลว่า “เด็กน้อย” →
คำว่า 季 เดิมหมายถึง “พืชผลอ่อน” โดยมีคำว่า 子(zǐ แปลว่า ทารก) อยู่ที่ส่วนล่างเพื่อบ่งชี้ถึงระยะพืชผลอ่อน
ตอนนี้ความหมายของคำว่า “季” เปลี่ยนไปเป็น “ฤดูกาล ช่วงเวลาหนึ่ง” แทน แต่ “พืชผลอ่อน” กับ “ฤดูกาล” ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ใช่มั้ย? นี่คือเคล็ดลับช่วยจำ “季”: พืชผลอ่อนต้องการฤดูกาลในการเก็บเกี่ยว

3. 香(xiāng)- มีกลิ่นหอม; รสชาติดี; กลิ่นหอม
香 ประกอบด้วย “禾” (ส่วนบน) และ “日” (ส่วนล่าง):
“禾hé” แปลว่า “เพาะปลูก” →
“日rì” มาจาก “口 (ปาก)” →
คนจีนโบราณเข้าใจ “กลิ่นหอม” ว่าเป็นเมล็ดพืชที่มีรสชาติดีจากพืชผล

แต่ผมยังคงชอบเข้าใจว่า “香xiāng” แปลว่า 禾(พืชผล) + 日(ดวงอาทิตย์) ซึ่งก็คือ “ดวงอาทิตย์ส่องแสงเหนือผืนดินเพาะปลูก” ลองนึกภาพว่าคุณยืนอยู่ในภาพด้านล่างสิ กลิ่นที่คุณได้ไม่ใช่คำจำกัดความของคำว่า “香” ใช่ไหม

นั่นคือเรื่อง “禾” ในอักษรจีน! เข้าใจแล้วใช่ไหม?
อักษรจีนเปรียบเสมือนหน้าต่างวิเศษที่สามารถมองเห็นโลกของบรรพบุรุษผ่านกาลเวลานับพันปี ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน ผ่านวิวัฒนาการและความเรียบง่ายต่างๆ อักษรจีนช่วยให้เรายังคงได้เห็นทิวทัศน์ที่บรรพบุรุษของเราเคยพบเห็น และยังคงได้อ่าน “ความคิด” เบื้องหลังอักษรจีน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ! หวังว่าหลังจากอ่านจบแล้ว คุณจะจำคำว่า "禾" ในตัวอักษรได้ไวขึ้นนะคะ! แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ!





